น้ำมันแพงจุดพลุ! ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทะยานทำสถิติโลก แม้ไร้เงินหนุนรัฐ
วิกฤตราคาน้ำมันเร่ง EV ทั่วโลกโตไม่หยุด! 37 ประเทศทำยอดขายสูงสุด แม้ไร้เงินอุดหนุน ชี้การยอมรับยานยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายขึ้นทั่วโลก
วิกฤตราคาน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องเงินในกระเป๋า แต่กำลังกลายเป็น "ตัวเปลี่ยนเกม" ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก! ในช่วงเวลาที่หลายประเทศทยอยลดเงินอุดหนุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลง แต่กลับเกิดปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง: ยอดขาย EV ทั่วโลกพุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดใน 37 ประเทศ ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าความต้องการยานยนต์แห่งอนาคตนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงหนุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
เมื่อราคาน้ำมันคือแรงขับเคลื่อนสำคัญ
จากข้อมูลของ S&P Global Mobility ที่เก็บรวบรวมจาก 150 ประเทศทั่วโลก พบว่ามีถึง 28 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร ที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม และอีก 9 ประเทศอย่างบราซิลและฟิลิปปินส์ก็สร้างสถิติใหม่ในเดือนเมษายน ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ในช่วงสองเดือนนี้ 91% ของประเทศทั้งหมดมียอดขาย EV สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ ชี้ให้เห็นถึงกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างกว้างขวาง
ประเทศไหนกำลังนำทัพการเติบโต?
- เกาหลีใต้: ถือเป็นตลาดที่โดดเด่นที่สุด โดยมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 140% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับกว่า 8 หมื่นคัน และส่วนแบ่งตลาด EV ในรถยนต์ใหม่ก็เพิ่มขึ้นถึง 14%
- ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ไม่น้อยหน้า! ยอดขาย EV เพิ่มขึ้น 40% สู่ระดับ 9 หมื่นคัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลในตลาดเกิดใหม่นี้
- สหภาพยุโรป (EU): หลังจากเผชิญภาวะชะลอตัว ก็กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขาย EV ที่เพิ่มขึ้น 40% เช่นกัน
ความท้าทายในตลาดใหญ่: จีนและสหรัฐอเมริกา
แม้จะมีข่าวดีมากมาย แต่สองตลาดใหญ่อย่าง จีนและสหรัฐอเมริกา กลับเดินสวนทาง โดยมียอดขายลดลง 8% และ 20% ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลลดหรือยุติโครงการอุดหนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกโดยรวมที่เพิ่มขึ้นเพียง 8% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายนัก! หากพิจารณาเฉพาะ 148 ประเทศที่เหลือ ยอดขาย EV กลับขยายตัวสูงถึง 50% และส่วนแบ่งตลาด EV ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ยังทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 12% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
EV ก้าวสู่กระแสหลัก: ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป
ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า ปัจจุบันมี 38 ประเทศทั่วโลกที่รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งตลาดเกิน 10% แล้ว และมีถึง 28 ประเทศที่มีสัดส่วนสูงกว่า 16% นักวิเคราะห์มองว่าระดับนี้เป็นจุดบ่งชี้ว่าเทคโนโลยีใหม่เริ่มได้รับการยอมรับในวงกว้างแล้ว ไม่ต้องรออีกต่อไป นอกจากนี้ ญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าจับตา แม้ปัจจุบันยอดขาย EV ยังไม่สูงเท่าประเทศอื่น แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต
วิกฤตราคาน้ำมันได้พิสูจน์แล้วว่า ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกที่ถูกผลักดันด้วยนโยบายภาครัฐเท่านั้น แต่เป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคเลือกเองด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะพลิกโฉมโลกยานยนต์ไปตลอดกาล