อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยบนทางแยก: ทางรอดด้วยกลยุทธ์ ‘Dual Track’ เพื่อรั้งเก้าอี้ Detroit of Asia
ถอดรหัสกลยุทธ์ Dual Track ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อรับมือการเปลี่ยนผ่านจาก ICE สู่ EV พร้อมรั้งตำแหน่ง Detroit of Asia ในตลาดโลก
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงจากยุคเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก คำถามใหญ่ที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายกำลังจับตาคือ ประเทศไทยจะยังคงสถานะ ‘Detroit of Asia’ ไว้ได้หรือไม่ หรือจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทไปในทิศทางใด
คลื่นความท้าทายที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องเผชิญ
ฐิตา เภกานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ชี้ให้เห็นถึงการพลิกโฉมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจนใน 2 มิติหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าไทยจะมีความแข็งแกร่งและมีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ “รถกระบะ” ที่หาคู่แข่งในอาเซียนเทียบได้ยาก แต่จุดแข็งสำคัญนี้กำลังเผชิญกับปัจจัยกดดันรอบด้าน ส่งผลให้ยอดขายหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2023 โดยมี 2 ปัจจัยหลักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดรถกระบะซบเซาลง
ด้วยเหตุนี้ แม้รถกระบะจะยังคงเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรม แต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองทั้งเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และกติกาโลกใหม่ที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น.
กลยุทธ์ ‘Dual Track’: ทางรอดบนวิกฤต
ท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนผ่านนี้ ประเทศไทย “ไม่จำเป็นต้องเลือก” ว่าจะเป็นเพียงแค่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) หรือฐานการผลิตรถยนต์สันดาปเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไทยมีศักยภาพที่จะเดินหน้าไปพร้อมกันด้วยกลยุทธ์ที่เรียกว่า ‘Dual Track Strategy’ หรือแนวคิด “1 อุตสาหกรรม 2 ระบบเครื่องยนต์”
ถอดรหัส ‘Dual Track Strategy’
แนวทางนี้มุ่งเน้นการรักษาจุดแข็งเดิมในอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปและโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถกระบะให้คงอยู่และมีการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างและผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นั่นหมายถึงการลงทุนทั้งในเทคโนโลยี EV, การพัฒนาบุคลากร, และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับยานยนต์ไฟฟ้า.
กุญแจสู่ความสำเร็จ: Quick Win Strategy จาก 3 ภาคส่วน
การจะขับเคลื่อนกลยุทธ์ Dual Track ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือในรูปแบบ ‘Quick Win Strategy’ จาก 3 ภาคส่วนหลักอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาหรือวิจัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน การวิจัยและพัฒนา และการผลิต ทั้งในส่วนของรถยนต์สันดาปที่ปรับตัวเข้ากับเทรนด์โลก และยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นอนาคต.
หากประเทศไทยสามารถบูรณาการความร่วมมือเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการรักษาและยกระดับจุดแข็งเดิมของรถกระบะ และการโอบรับโอกาสใหม่จากเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ประเทศไทยจะไม่เพียงแต่สามารถรักษาบทบาทสำคัญในฐานะ Detroit of Asia ไว้ได้เท่านั้น แต่ยังจะมองเห็นถึงความเข้มแข็ง ความน่าดึงดูด และขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมในอนาคต ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืน.